HOME HOSTING PLANS FLASH WEBSITES DESIGN DOWNLOAD ADVERTISEMENT LINKS CONTACT US
  
   Register now with Hsu Lin Technology !    Login  
Login
Username:

Password:


Lost Password?

Register now!
Visitors
~ Domain Check ~

www.







~ WhoIs ~
Enter Domain Name
DO NOT include “WWW“

~ Menu ~
Who's Online
36 user(s) are online (1 user(s) are browsing News)

Members: 0
Guests: 36

more...
Top Links
Random Advertisment
Search


Big Story

There isn't a Biggest Story for Today, yet.

Top News
Sponsor
Get Chitika Premium

Products online
1.Free Marketing Plan --->Click Here

2.Magniwork Technology,Green Energy maker,Save your electric fee even can say goodbye to that bill

3.Satellite TV for PC,Get over 3600 stations (78 Countries :USA/China/Taiwan/India/Japan/Thailand....etc.) on your pc or Laptop.NO Monthly fee
Posted by DG on 2006/6/26 21:05:32 (419 reads)
Our Service

Good chance ~Download Music for free .....Hurry up ...


Click here to download music and movies for free


Posted by AP on 2006/3/10 14:21:02 (1147 reads)


นักร้องหน้าใส "กอล์ฟ-ไมค์" เสียงหายไข้ขึ้นส่ง รพ.ด่วนจี๋


ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา “ไมค์” พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล อายุ 16 ปี นักร้องดูโอชื่อดัง ค่ายแกรมมี่ “กอล์ฟ-ไมค์” ขวัญใจสาว ๆ ป่วยกะทันหัน ถูกนำตัวส่ง รพ.วิชัยยุทธ โดยไมค์ถูกนำไปพักที่ห้องป่วยเลขที่ 1201

โดย “ไมค์” เปิดเผยว่า ตนมีอาการเจ็บคอช่วงซ้อมใหญ่เพื่อเล่นคอนเสิร์ตตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ทางพี่ ๆ ผู้ควบคุมการร้องเพลง เห็นอาการไม่ค่อยดี ร้องเพลงไปเสียงแหบไป จนแทบไม่มีเสียง เห็นว่าควรไปหาหมอ ตนจึงมาหมอเพื่อตรวจอาการ หลังการตรวจร่างกาย หมอบอกว่าผนังลำคอของไมค์แดง ทอนซิลอักเสบ เส้น เสียงบวม และมีไข้ด้วย ประกอบกับไมค์พักผ่อนน้อย ใช้เสียงเยอะติดต่อกันนาน หมอจึง ให้งดใช้เสียง 4-5 วัน คาดว่าคงต้องนอนโรงพยาบาลจนถึงวันอาทิตย์เพื่อรอดูอาการอีกครั้ง

ส่วนงานจ้างที่รับมา ไมค์บอกว่า ต้องยกเลิกทั้งหมด เพราะที่ผ่านมามีงานแทบทุกวัน ไหนจะต้องมาซ้อมร้องเพลงอีก แต่มั่นใจว่าจะหายทันคอนเสิร์ต “ทเวล พลัส คิวตี้ คอนเสิร์ต กอล์ฟ-ไมค์ เลทเบาวซ์” ที่จัดขึ้นที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ในวันเสาร์ที่ 18 มี.ค.นี้แน่นอน



หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



Posted by AP on 2006/3/10 14:19:02 (1932 reads)


“เกริก-อ้อม” ร่ำไห้โต้ คดีโกง “ป๋อ-คริสติน่า”

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
เมื่อบ่ายวันที่ 9 มี.ค.นี้ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ อ้อม-ศานันทินี พร้อมกับเกริก ชิลเลอร์ สามีและนายประดิษฐ์ ดังสมเจตต์ ผู้จัดการส่วนตัวของอ้อม-ศานันทินี ร่วมกันเปิดการแถลงข่าวถึงกรณีติ๊นา-คริสติน่า อากีล่าร์ กับป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ เพื่อนดาราที่ร่วมกันลงทุนทำธุรกิจบันเทิงฟ้องร้องต่อศาลตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2548 และศาลเตรียมจะพิจารณาในวันที่ 20 มี.ค.ที่จะถึงนี้

โดย อ้อม-ศานันทินี กล่าวเปิดการแถลงข่าวทั้งน้ำตาว่า อ้อมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องไปกระทบกับทุกคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด สำหรับข่าวที่ออกมาอ้อมไม่ได้โกรธอะไร อ้อมไม่อยากให้ใครมองพี่แจ็คในทางที่ไม่ดี แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นผลกระทบที่ตามมามากมายจริงๆ เวลาที่อ้อมออกไปเดินข้างนอกก็เจอคำด่ามากมาย อีนี่ไปโกงเขา อ้อมสงสารลูก ซึ่งมันเป็นคำพูดที่รุนแรงมาก ก็ขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่เพื่อนๆพี่ๆ ทั้งในและนอกวงการหลายๆคนที่เข้าใจอ้อม เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

ด้านแจ็ค-เกริก ชิลเลอร์ กล่าวเสริมว่า เรื่องที่มันเกิดขึ้นประมาณ 2 ปี ซึ่งมันนานมากและมันทำให้เรานอนหลับไม่สนิทมานานแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้ใครๆก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นหรอก สาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นเพราะความเข้าใจผิดกันตั้งแต่แรกมากกว่า แล้วเหมือนกับว่ามีกำแพงบางอย่างมากั้นไว้ ทำให้เราไม่สามารถคุยกันอย่างเปิดอกได้ วันนี้เราก็ยังหวังอยู่ว่าจะมีการเจรจากันทุกฝ่ายพร้อมหน้ากัน เพราะเรายังต้องอยู่ในวงการเดียวกันเป็นพี่น้องกัน เรื่องราวที่เกิดขึ้น มีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง เรื่องทั้งหมดไม่มีใครผิดใครถูก เพราะในที่สุดต้องให้เป็นการพิจารณาตัดสินของศาล เพราะตอนนี้ไม่อยากให้ไปตัดสินว่าฝ่ายไหนผิดฝ่ายไหนถูก เชื่อว่าถ้าได้คุยกับหุ้นส่วนทั้งหมดโดยตรง คิดว่าเรื่องนี้คงจะผ่านไปได้ด้วยดีและหาข้อยุติจบลงด้วยดี

ส่วนทางด้านนายประดิษฐ์ ดังสมเจตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทมาสเตอร์พีช ครีเอชั่น จำกัด และผู้จัดการส่วนตัวของอ้อมและเกริก กล่าวว่า ตอนแรกคิดว่าการไม่ ออกมาพูดจะดีกว่า แต่หลังจากที่มีข่าวออกมาก่อให้เกิดผลกระทบหลายฝ่าย และที่ออกมาพูด ในวันนี้ก็เพื่ออยากขอความเห็นใจให้กับคุณอ้อมและคุณเกริก เพราะเมื่อมีข่าวออกมาว่าเป็นคนโกงซึ่งจริงหรือเปล่าเราไม่อยากให้มีการเสนอข่าวในแง่ลบ เพราะเรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ส่วนเรื่องการจะฟ้องกลับนั้น เราไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใคร เราต้องการปกป้องตัวเราเองเท่านั้น และไม่อยากให้เกิดขึ้นเพราะมันเจ็บปวดทั้งสองฝ่าย



หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ




Posted by AP on 2006/3/10 14:15:23 (2050 reads)


"รัฐบาล-ค้าน-ม็อบ" ตอบรับ ยุติปัญหา เปิดโต๊ะเจรจา


ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองตึงเครียด ที่ฝ่าย ขับไล่และฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาชุมนุมกันมากขึ้น ล่าสุด เริ่มมีสัญญาณว่า ความขัดแย้งอาจจะคลี่คลายลงได้ เนื่องจากอธิการบดีมหาวิทยาลัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และอธิการบดีมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลเกือบทั่วประเทศ ได้ออกหน้ารับเป็นตัวกลาง ประสานความเข้าใจระหว่างฝ่ายรัฐบาล อดีตพรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

โดย เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายปรัชญา เวสารัชช์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะประธานที่ประชุม อธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ อธิการบดีจุฬาฯ น.พ.พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และนายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏพิบูลสงคราม ในฐานะรองประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร่วมกันแถลงข่าวถึงจุดยืนของที่ประชุมอธิการบดี

นายปรัชญากล่าวว่า ที่ประชุมทปอ. เห็นว่า ขณะนี้ประเทศชาติมีความวิกฤติอันเกิดจากความขัดแย้งเชิงความคิดของประชาชน นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และนำไปสู่ความเสียหายของประเทศในทุกด้าน จึงขอเรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันหน้ามาเจรจากันเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ โดยที่ประชุมอธิการบดีรับเป็นเจ้าภาพในการประสานทุกฝ่ายเพื่อเจรจาหาทางออก เนื่องจากที่ผ่านมา ข้อเสนอของแต่ละฝ่ายสร้างทางตัน ไม่อาจทำได้จริง อย่างการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออก เป็นเรื่องที่ฟังดูง่าย แต่ทำได้ยาก

ด้านน.พ.พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่มีกลไกถ่วงดุลอำนาจ ที่ประชุมอธิการบดีในฐานะคนกลางน่าจะเป็นตัวกลางประสาน เพื่อให้มีการตั้งตัวแทนจาก 3 ฝ่ายคือฝ่ายรัฐบาล อดีตพรรคฝ่ายค้าน และเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาตั้งโต๊ะเจรจากัน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

โดยขณะนี้แกนนำทั้ง 3 ฝ่าย ได้ตอบรับที่จะมาตั้งโต๊ะพูดคุย เพื่อหาทางออกร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ เชื่อว่าไม่นานคงจะสามารถเริ่มต้นเจรจากันได้ ส่วนทางออกจะเป็นอย่างไรนั้น ที่ประชุมอธิการบดีไม่ได้ตั้งเป้าไว้ก่อน จะปล่อยให้กระบวนการเจรจาเป็นไปตามธรรมชาติและนำไปสู่ทางออกร่วมกัน


หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ




Posted by AP on 2006/3/10 10:42:21 (427 reads)


แฟนชั่นอวดอึ๋ม...ม...ยังคงมาแรง

ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
กลายเป็นธรรมเนียมของงานประกาศผลรางวัลไปแล้ว ที่บรรดาศิลปินดาราจะงัดชุดสวยมาประชันโฉมกันสุดฤทธิ์ ดังนั้น เมื่อค่ำวันก่อนเหล่าดาราสาวจึงแท็กทีมกันมาประกายดาวของงานประกาศผลรางวัล “สตาร์เอนเตอร์เทนเม้นท์ อะวอร์ดส 2005” กันอย่างไม่ได้นัดหมาย

งานนี้ขอบอก เลยว่า เหล่านักแสดงสาวของเราพาเหรดชุดสวยมาอวดอึ๋ม...ม...กันให้ควั่ก บางคนถึง จะเป็นจอแบน ก็ยังไม่วายงัดมา สู้ เฮ้อ ! เห็นแล้วหนักอกแทน นักแสดงและหนักใจแทนช่างภาพจริง ๆ ไม่รู้ว่า จบงานไปต้อง ไปให้หมอตารักษากุ้งยิงกันบ้าง หรือเปล่า เอ้า ! ไม่ขอพูดอะไรมากแล้วไปดูด้วยตากันเอาเองเลยแล้วกันค่า...



หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



Posted by AP on 2006/3/10 10:39:58 (2165 reads)


"แม้ว"ลงทุนตากฝน ด่า3พรรคหนีเลือกตั้ง-กลัวแพ้

บุก3จว.ตะวันออกตร.ลุยรื้อป้ายไล่"เติ้ง"คุยสั่งเบรกม็อบต้านทักษิณ

อึดซะอย่าง - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ ปราศรัยหาเสียงท่ามกลางสายฝน บนเวทีสนามกีฬาหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ก่อนจะเดินพบปะทักทายชาวบ้านที่มาฟังการปราศรัยและให้กำลังใจ ประมาณ 5 พันคน ในสภาพเปียกโชกทั้งตัว เมื่อวันที่ 9 มี.ค.


"แม้ว"ปราศรัยกลางสายฝน ระหว่างเดินสายหาเสียงภาคตะวันออกวันที่สอง ประกาศย้ำทุกเวทีเรียกร้องไปเลือกตั้งกันมากๆ ยกประชาชนคือพลังสูงสุดของประชาธิปไตย ยันไม่ออกไม่หนีเพราะกำลังใจล้นหลาม นายกฯยอมแก๊งคนเกเรไม่ได้ อดีต 3 พรรคฝ่ายค้านออกจ.ม.เปิดผนึกโต้ข้อกล่าวหาไทยรักไทยทุกประเด็น ประชาธิปัตย์ยื่นกกต.ขอตรวจสอบผู้สมัครพรรคเล็ก ก่อนแจ้งตร.จับพรรคไทยช่วยไทยใช้หลักฐานเท็จ ให้ตร.อายัดหลักฐานการสมัครทั้งหมด "เติ้ง"อ้างสั่งเบรกเองม็อบต้าน"แม้ว"วันบุกไปกินข้าวบ้าน"ประภัตร" ไม่เช่นนั้นมีหวังเหมือนวันนายกฯไปสระแก้ว การกระทำของหัวหน้าพรรคไทยรักไทยคงจับเข่าคุยกันไม่ได้แล้ว เชื่อหลังเลือกตั้งเปิดสภาได้แน่ เพราะรัฐบาลเก่งแถมกกต.ยังนำร่องล่วงหน้า

-"ปุ้ม"ชี้เรื่องปกติม็อบขว้าง"แม้ว"

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่พรรคไทยรักไทย นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมขว้างปาสิ่งของใส่รถพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ และหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ขณะปฏิบัติภารกิจและหาเสียงที่จ.สระแก้วว่า ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีความเห็นแตกต่างกันได้โดยเฉพาะทางการเมือง แต่ควรใช้เหตุใช้ผล เข้าใจว่าเป็นการแสดงออกผ่านสื่อ ขณะเดียวกันขอร้องผู้ชุมนุมที่ต่อต้านนายกฯ และคนที่สนับสนุนนายกฯต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ไม่ใช่แตกแยก ดังนั้น อย่าเอาความเห็นที่แตกต่างมาทำลายระบอบประชาธิปไตย เราต้องการเห็นความปรองดองกันในชาติตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้ความเห็นที่แตกต่างเป็นพลัง เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่คบไม่เผาผีกัน ถ้านั่งคุยกันได้ หรือผ่านขบวนการประชาธิปไตยอื่นๆ ที่มีในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็จะดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงสมาชิกพรรคหรือไม่ที่บางเขตลงสมัครเพียงคนเดียว และคะแนนอาจไม่ถึงร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นายสุรนันทน์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ทุกคนเข้าใจว่าไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ เนื่องจากพรรคใหญ่ไม่ลงเลือกตั้ง แต่อย่าดูถูกพรรคเล็ก เพราะก็มีศักยภาพเหมือนกัน และอาจได้รับความไว้ใจจากประชาชนเช่นกัน ขณะนี้พรรคไทยรักไทยต้องเร่งดำเนินการใน 123 เขต ที่มีผู้สมัครของพรรคเพียงคนเดียว ต้องเน้นรณรงค์ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากๆ

"อยากร้องขอกกต.ให้รณรงค์อย่างหนัก ที่จะให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งทางพรรคก็จะช่วยรณรงค์ด้วย ส่วนประชาชนจะใช้สิทธิเลือกใคร หรือไม่เลือกนายกฯจะกาบัตรงดออกเสียง ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่ทำได้ ประเทศไทยควรรักษาระบอบประชาธิปไตยเอาไว้ และถ้าครั้งนี้ผู้มาใช้สิทธิ์ลดลงต่ำกว่าร้อยละ 50 มันจะอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย จึงอยากให้มาใช้สิทธิ์กันมากๆ" นายสุรนันทน์กล่าว

-ทรท.โต้จ้างพรรคเล็กลงประกบ

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าพรรคไทยรักไทยจ้างผู้สมัครพรรคเล็กๆ ลงประกบผู้สมัครของพรรค เพื่อให้พ้นเงื่อนไขได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะจังหวัดภาคใต้ นายสุรนันทน์กล่าวว่า อย่าคิดแบบนั้น ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน วันนี้การโจมตีทางการเมืองมีหลายรูปแบบ ทุกพรรคการเมืองมีศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กๆ หรือพรรคใหญ่ก็ต้องถูกตรวจสอบจากกกต.เช่นกัน และเรื่องนี้คงเป็นหน้าที่ของกกต. และขอยืนยันว่าพรรคไทยรักไทยไม่มีความจำเป็นต้องไปจ้างใคร ที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคใต้ก็มีที่พรรคไทยรักไทยแพ้ แต่ก็ได้คะแนนเกินร้อยละ 20 และมีเพียง 2-3 เขตเท่านั้นที่ไม่ถึงร้อยละ 20

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายวรวุฒิ ศิลปอาชา บุตรชายของนายบรรหาร หัวหน้าพรรคชาติไทย โวยสารข้อมูลที่พรรคไทยรักไทยลงตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ นายสุรนันทน์กล่าวว่า ข้อมูลที่ลงในสื่อสิ่งพิมพ์ ทางพรรคเรามีมุมมองเช่นนั้น

"ผมคิดว่าถ้าเรามองทัศนคติที่ไม่เผชิญหน้ากัน แต่มองในทัศนคติที่ปรองดองเข้าหากัน ก็มีผู้ใหญ่ออกมาบอกให้พูดคุยกัน พรรคไทยรักไทยก็อยากเห็น ถ้าพรรคฝ่ายค้านยืนกรานว่าไม่ลงเลือกตั้งอยู่แล้ว หรือถ้าพูดคุยแล้วอยากจะลงเลือกตั้ง ถ้ามันเป็นประโยชน์กับประเทศเราก็พร้อม วันนี้ถึงแม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะไม่ลงเลือกตั้งแต่ก็เปิดเวทีหาเสียงเหมือนกัน ซึ่งถ้าพรรคฝ่ายค้านยืนกรานว่าจะไม่หารือกัน แต่ก็สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ก็ได้ แต่ควรทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย ซึ่งจะทำให้สังคมดีขึ้น" นายสุรนันทน์กล่าว

-"เลี้ยบ"แจงเหตุประชุมบิ๊กขรก.

ด้านน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวถึงการเรียกประชุมข้าราชการระดับสูงของทุกกระทรวงวันที่ 10 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า นายกฯย้ำตั้งแต่ต้นสัปดาห์ว่าอยากเรียกประชุมข้าราชการระดับกระทรวง ปลัดกระทรวง รวมถึงรัฐวิสาหกิจต่างๆ เพื่อให้ทราบถึงแนวการปฏิบัติตัวช่วงเลือกตั้งว่าควรทำอย่างไรไม่ให้เกิดความเสียหายในงานที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำถึงมติครม.ที่จะขอให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเพราะเริ่มมีข้าราชการระดับสูงเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลใช่หรือไม่ น.พ.สุรพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความพยายามปล่อยข่าวหลายครั้งจากผู้ไม่หวังดี แต่ไม่กล้าระบุชื่อของข้าราชการระดับสูงที่เคลื่อนไหว เมื่อถามว่าแสดงว่ารัฐบาลเริ่มหวั่นไหวที่มีข่าวข้าราชการมีความเห็นแตกต่างจากรัฐบาล น.พ.สุรพงษ์กล่าวว่า การมีความเห็นหลากหลายเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งเราพร้อมรับฟังเพราะไม่ต้องการปิดกั้นความคิดของข้าราชการ

-"เติ้ง"ลุยสุพรรณพื้นที่ที่"แม้ว"ไป

ส่วนที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคไทยรักไทยออกสารชี้แจงผ่านสื่อว่า ตนยังไม่ได้ดู แต่คณะกรรมการประสานงานร่วม 3 พรรค กำลังคุยกันเพื่อพิจารณาคำพูดแต่ละคำพูด ส่วนกรณีที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รองเลขาธิการพรรคชาติไทย ตำหนิสารดังกล่าวอย่างรุนแรงเพราะกล่าวหาอดีต 3 พรรค ร่วมฝ่ายค้านนั้น เพราะนายวราวุธเป็นเด็กหนุ่มคงทนไม่ไหว เพราะรู้เหตุการณ์ดีทั้งหมดจึงออกมาให้สัมภาษณ์ โดยนายวราวุธบอกกับตนว่าทนไม่ไหว และก็เป็นคนรุ่นใหม่ คงต้องปล่อยให้ระบายเพราะอยู่ในเหตุการณ์โดยติดตามตนตลอด จึงอดไม่ได้ รู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ถึงได้ออกมาพูด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การโต้กันไปมาจะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ต้องเอาความจริงมาพูดกัน เมื่อถามว่า 3 พรรคร่วมจำเป็นต้องเปิดเวทีชี้แจงประชาชนทราบข้อเท็จจริงหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ยังไม่ทราบ คงต้องพิจารณากันก่อน แต่วันที่ 10 มี.ค.นี้ พรรคชาติไทยจะเปิดเวทีที่ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ส่วนวันที่ 14 มี.ค. เปิดเวทีที่วัดป่าเลไลยก์ จะพูดหลายประเด็นมากกว่าวันที่ 10 มี.ค.ที่จะพูดเบากว่าเล็กน้อยขอให้ติดตามฟัง นอกจากนั้นสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พ.ต.ท.ทักษิณไปเดินมาเมื่อ 2 วันก่อน

-อ้างสั่งเบรกม็อบสุพรรณต้านนายกฯ

เมื่อถามถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณไปจ.สระแก้วแล้วมีประชาชนต่อต้านถึงขนาดสาดน้ำและปาขวดน้ำใส่รถ นายบรรหารกล่าวว่า ที่จ.สุพรรณบุรีก็มีคนเตรียมต่อต้านแบบนี้เช่นกัน แต่ตนก็บอกไปไว้ว่าอย่าทำเลย ชาวบ้านก็มีส่วนที่ไม่พอใจและพอใจอยู่เหมือนกัน ต่อข้อถามว่าหนังสือปกน้ำเงินที่พรรคชาติไทยจะชี้แจงต่อประชาชนมีรายละเอียดอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่า ยังไม่ทราบความคืบหน้าว่า นายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรค ดำเนินการไปถึงไหน เมื่อถามว่ามองท่าทีพ.ต.ท.ทักษิณอย่างไรที่ยังไม่ลาออก และยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งโดยถือว่าทำทุกอย่างถูกต้องตามกติกา นายบรรหารกล่าวว่า เป็นเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ ตนก้าวก่ายไม่ได้ แต่กระแสก็แรงขึ้นทุกวัน อีกทั้งยุทธวิธีของผู้ชุมนุมที่สนามหลวง ก็เปลี่ยนวิธีไปเรื่อยๆ ตรงนี้น่าเป็นห่วง

-ตอนนี้หันหน้าคุยกันคงยาก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีองคมนตรีต้องการให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าพูดคุยกัน นายบรรหารกล่าวว่า คงจะยาก ความจริงหากถอยเสียบ้างก็คงไม่เป็นไร แต่นี่มันไม่ถอย และอย่างที่ตนเคยบอกแล้วว่าคนข้างตัวนายกฯ มีปัญหา จึงโยงไปถึงตัวนายกฯ ด้วย ดังนั้น การเสนอให้หันหน้าพูดคุยกันจึงเป็นเรื่องยาก จะถอยได้อย่างไร จะให้มาเจรจากันอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณพูดอย่างไรทำอย่างไรทุกคนก็เห็นอยู่ ส่วนกรณีที่เรียกร้องให้ช่วยกันเปิดไฟหน้ารถนั้น ตนเชื่อว่าคงไม่ได้ผล เพราะทิฐิของคนมีมากเหลือเกิน ลองละทิฐิกันบ้าง ไม่น่ามีปัญหา ตนไม่อยากรื้อฟื้นความหลัง เพราะผ่านไปแล้ว และถึงตอนนี้คงไม่ต้องฝากอะไรไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเมื่อ 2 วันก่อนก็ทำไม่ถูก ตนจึงไม่อยากจะฝาก ฝากไปทีไรมันไปคนละเรื่องทุกที จึงไม่ฝากแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กุนซือทำให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินหลงทางใช่หรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า กุนซือหรือคนรอบข้างนายกฯ มีหลายคน หนังสือพิมพ์ก็เขียนเอาไว้ คนรอบข้างนั้นสำคัญมาก เมื่อถามว่า ขณะนี้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่ากลุ่มผู้สนับสนุนนายกฯ กับกลุ่มไม่สนับสนุนจะปะทะกัน นายบรรหารกล่าวว่า ตนถึงได้บอกว่าที่สุพรรณบุรีก็มีแต่ไม่อยากให้เกิดเรื่องเกิดราว คงต้องระงับอารมณ์ไว้ แต่ตอนนี้ควรเอาความจริงเข้ามาพูดกัน พูดกันอย่างตรงไปตรงมาเพราะรัฐบาลได้เปรียบอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีราชสกุลมาลงชื่อเพิ่มเพื่อถวายฎีกา และยังขยายความขัดแย้งไปทุกส่วนของสังคม นายบรรหารกล่าวว่า ตอนนี้คนระดับบนกับระดับกลางได้รู้เห็นอะไรมากมาย แต่ระดับล่างยังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ เพราะยังติดเรื่องประชานิยม ตรงนี้เป็นปัญหา แต่ตนไม่ขอเตือนอะไร เป็นผู้ใหญ่กันแล้วน่าจะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร

-ถอนหายใจความคาดหวังต่อกกต.

หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีกกต.สรุปผลวันปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง หลายจังหวัดพบว่ามีพรรคไทยรักไทยลงสมัครพรรคเดียวว่า คงต้องจับตามองต่อไป โดยเฉพาะบางเขตที่มีพรรคเล็กๆ ส่งผู้สมัคร ต้องจับตาดูว่าสมัครสมาชิกพรรคย้อนหลังหรือไม่ เพราะบางครั้งกกต.ส่วนกลางระดับผู้ใหญ่ไม่รู้เรื่อง แต่กกต.ระดับท้องที่อาจทำย้อนหลังให้ ไม่น่าเป็นไปได้ที่บางจังหวัดจะเป็นสมาชิกครบ 90 วัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ร้องเรียนกกต.ส่วนกลางแล้ว เราเดากันแล้วว่าน่าจะมีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น หากมีการรับสมัครสมาชิกย้อนหลังจะเกิดความเสียหายอย่างมาก ตอนนี้ผู้สมัครของพรรคเล็กๆ บางพรรคพอถูกถามว่าพรรคชื่ออะไร หัวหน้าพรรคคือใครยังตอบไม่ได้ จำไม่ได้ ไม่รู้จัก มันก็เป็นเรื่องแปลกประหลาดและตลก
ลงทุน - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ ปราศรัยหาเสียงท่ามกลางสายฝน บนเวทีสนามกีฬาหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมีชาวบ้านมาฟังการปราศรัยและให้กำลังใจประมาณ 5 พันคน ในสภาพเปียกโชกทั้งตัว เมื่อวันที่ 9 มี.ค.




เมื่อถามว่ามีความคาดหวังอย่างไรกับกกต. นายบรรหารถอนหายใจก่อนกล่าวว่า บอกตรงๆ ว่าตนไม่ค่อยคาดหวังกับกกต.สักเท่าไหร่ เพราะกกต.ต้องมีความเป็นกลาง แต่ก่อนหน้านี้กลับบอกกับพรรคชาติไทยว่า ถ้าไม่ส่งผู้สมัครต้องถูกยุบพรรค แต่เมื่อเราดูรัฐธรรมนูญแล้วไม่ใช่อย่างนั้น ตอนหลังจึงค่อยออกมาบอกว่าไม่ใช่ อย่างนี้เป็นกลางหรือไม่ ดังนั้น กกต.จึงมีความสำคัญ และขณะนี้ก็ออกมาบอกอีกแล้วว่า ถ้าส.ส.ไม่ครบ 500 คน ก็อาจมีวิธีที่ทำให้เปิดสภาได้ พูดนำร่องไปก่อนอีกแล้ว ไม่น่าจะออกมาพูดเพราะกกต.ต้องวางตัวเป็นกลาง

-ไม่ต้องห่วงรัฐบาลเก่งเปิดสภาได้แน่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้พรรคไทยรักไทยแย้มว่าจะให้ นายโภคิน พลกุล แก้รัฐธรรมนูญในประเด็นให้นักการเมืองถือหุ้นได้ นายบรรหารกล่าวว่า ตนคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องได้คนกลางที่เป็นกลางจริงๆ มาแก้ อีกทั้งยังต้องดูด้วยว่าสภาที่มีอยู่เป็นของใครหรือไม่ เพราะเหตุนี้นักวิชาการถึงได้ออกมากัน เพื่อให้นายกฯ ลาออก และเอ


Posted by AP on 2006/3/10 10:32:17 (2270 reads)


มือดีปั่นสถานการณ์ร้อนฉ่าบึ้มบ้านป๋าเปรม! อุกอาจกลางวัน

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จุดเกิดเหตุเป็นบริเวณป้อมยามของ สน.สามเสน ที่อยู่หน้าประตูบ้านสี่เสาเทเวศร์ สภาพป้อมยามได้รับความเสียหายกระจกแตกละเอียดทั้ง 3 ด้าน แรงระเบิดทำให้เก้าอี้ม้าหินแตกละเอียด ทำให้ชาวต่างชาติที่เดินผ่านมาได้รับบาดเจ็บ 2 คนคือ นายเจฟฟินี่ คิง อายุ 28 ปี นิติกรฝ่ายกฎหมายประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัวและขาทั้งสองข้าง และนายเมอรี่ รัสเซล อายุ 51 ปี นักท่องเที่ยวชาวแคนาดา ถูกสะเก็ดระเบิดที่แขน ทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

รายงานข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเหตุที่ไม่ปกติ เพราะจุดที่เกิดเหตุ อยู่ห่างจากบ้านพักไม่กี่สิบเมตร นอกจากจะเกิดขึ้นในเวลากลางวันแล้ว ที่สำคัญขณะเกิดเหตุ ประธานองคมนตรี ก็อยู่ภายในบ้านพักด้วย

นอกจากนี้ เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นยังถูกตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวพันกับการเมืองในขณะนี้หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีกระแสเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองออกมาคลี่คลายปัญหาการเมืองที่กำลังเดินไปสู่จุดวิกฤติ ที่มีทั้งกลุ่มคนขับไล่นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง กับคนที่เชียร์ให้นายกฯ อยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์นั้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นำประชาชนเดินเท้าเข้าถวายฎีกาผ่าน พล.อ.เปรม มาแล้ว

อย่างไรก็ตามนายทหารใกล้ชิด พล.อ.เปรม เปิดเผยว่า ขณะที่เกิดเหตุการณ์ระเบิด พล.อ.เปรม กำลังทำงานภายในบ้านก็รู้สึกตกใจ และบอกนายทหารว่า สงสัยหม้อแปลงระเบิด เพราะบริเวณดังกล่าวหม้อแปลงมักระเบิดบ่อยครั้ง จากนั้นคนใกล้ชิดก็ออกมาดูพบว่าเกิดระเบิดป้อมตำรวจ ทำให้ พล.อ.เปรมไม่สบายใจ และไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร

ทั้งนี้ พล.อ.เปรม ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สอบสวนวัตถุระเบิดประสานกับคณะทำงานของ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกฯ และรมว.ยุติธรรม เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นการท้าทาย เนื่องจากระเบิดหน้าบ้านพักประธานองคมนตรี



หนังสือพิมพ์มติชน

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก




Posted by AP on 2006/3/9 9:11:35 (2191 reads)



ชุมนุมกดดัน ต่อต้านสิงคโปร์-ชิน

ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 10.00 น. วานนี้ (8 มี.ค) พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รักษาการ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ปรับแผนการชุมนุม โดยการบุกไป สร้างแรงกดดันตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานทูตสิงคโปร์ หรือบริษัทของครอบครัวนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องดูแลอยู่แล้ว ส่วนสิ่งที่ พล.ต.ท. อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าตำรวจจะทนไม่ไหวแล้วนั้น คิดว่าท่านคงพูดไปอย่างนั้น เพราะตำรวจมีเวรยาม สับเปลี่ยนการทำหน้าที่โดยตลอด ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

อย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อน

เมื่อถามถึงสมาชิกพันธมิตรฯ ที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เครือข่ายไฟฟ้าประปา ระบุว่าอาจจะมีการหยุดงานหรือหยุดการเก็บค่าน้ำค่าไฟ พล.อ.อ.คงศักดิ์ตอบว่า คงทำไม่ได้ และเป็นการพูดไปอย่างนั้น เพราะหากทำอะไรให้เกิดผลกระทบให้ประชาชน เดือดร้อนก็ไม่สามารถทำได้ หากมีการนัดหยุดงานจริง ในแผนการดูแลความสงบเรียบร้อยของฝ่ายความมั่นคง ก็มีเจ้าหน้าที่รองรับอยู่ หากหยุดงาน ก็ให้มีการฝึกอบรมให้เข้ามาทำงานแทนได้เลย ส่วนเรื่องการเก็บค่าน้ำค่าไฟ ก็มีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งทำงานอยู่แล้ว รวมทั้งได้มอบหมายให้หน่วยงานอื่นเป็นคนเก็บอีกด้วย อย่างไรก็ดี การเข้าร่วมประท้วงนั้นเป็นสิทธิสามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลาหลังเลิกงานจึงจะถือว่าไม่ผิดวินัย

เตือนพวกขู่ตัดน้ำตัดไฟ

ต่อมาในการประชุมกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อ. คงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย ได้กล่าวหารือกับผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ว่า ขอให้ไปชี้แจงกับกลุ่มสหภาพ แรงงานว่า สิ่งที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ต้องคิดถึงภาวะของตัวเองว่าเป็นพนักงานของรัฐ จึงต้องมีภาวะในการแสดงออก นอกจากนี้ พนักงานเหล่านี้มีหน้าที่ดูแลให้บริการประชาชน ดังนั้น การไปสร้างข่าวว่าจะตัดน้ำหรือตัดไฟไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการไปสร้างให้เขาเกิดความกังวล และอาจจะเข้าข่ายความผิดการปล่อยข่าว ให้เกิดความตระหนก

เป็นคนของรัฐแต่กลับต่อต้าน

“ผมคิดว่าหากสหภาพแรงงานจะเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรมในเรื่องค่าตอบแทนนั้นทำได้ แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กลับออกมาแสดงการต่อต้านเช่นนี้ ก็จะมีผลภายหลังกับตัวคนคนนั้นเอง ผมเป็นห่วงแทนว่า หากต่อไปมีการฟ้องร้องดำเนินคดี หรือดำเนินการทางวินัย พนักงานจะมีปัญหาเอง ขอให้ไปประชาสัมพันธ์ให้ ทราบด้วย และให้รองปลัดกระทรวงไปศึกษาดูว่า การกระทำของสหภาพมีความผิดตามกฎหมายข้อใดหรือไม่” พล.อ.อ. คงศักดิ์กล่าว

ห่วงมือที่สามป่วนกลุ่มผู้ชุมนุม 14 มี.ค.

พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือ เรื่องการวางแผนรับมือกลุ่มพันธมิตรฯ ที่จะเดินทางมาขับไล่นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 14 มี.ค. ว่า การชุมนุมแต่ละครั้งที่ผ่านมา ถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ตามแผนที่วางไว้ แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การ เคลื่อนขบวนในตอนเช้าวันที่ 14 มี.ค. จะเป็นการกีดขวางการจราจรหรือไม่ หากเป็นการกีดขวางการจราจร ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น จึงขอเรียกร้องผู้ชุมนุมให้คำนึงถึงจุดนี้ด้วย เป็นห่วงว่าหากมีการเคลื่อนขบวนมาจำนวนมาก จะทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่หากเคลื่อนมาจำนวนน้อยและมายื่นหนังสืออย่างเดียว รัฐบาลก็พร้อมต้อนรับ นอกจากนี้ยังเกรงว่าอาจจะมีมือที่สาม เข้ามาปั่นป่วนในการเคลื่อนขบวน แม้ทั้งเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุมจะพยายามแล้วก็ตาม ยืนยันว่าจะดูแลความสงบเรียบร้อยให้ดีที่สุด

เตรียมเจรจาแกนนำอย่าบุกทำเนียบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะปิดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมายังทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.อ.ชิดชัยตอบว่า ต้องคุยกันก่อน มีเจ้าหน้าที่คุยเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า จะคุยกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาลใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรีตอบว่า ไม่ใช่ แต่คุยกันเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยที่สุด ไม่ให้กระทบกระทั่งผู้อื่น กีดขวางทางจราจร หรือเกิดความวุ่นวาย ส่วนการที่กลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อนไหวไปประท้วงที่สถานทูตสิงคโปร์ในวันนี้ (9 มี.ค.) นั้น คงไม่มีการเตรียมการอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากสถานทูตมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอยู่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงได้มีแผนพร้อมที่จะรับมือ หากสถานการณ์ มีความรุนแรงมากขึ้น ส่วนการรณรงค์เปิดไฟหน้ารถ เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าวนั้น ส่วนตัวเห็นว่าเป็นความคิดที่ดี

คนบัวแก้วชวนผูกไทดำ

ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีข้าราชการ นักการทูตและเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ออกมาแสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมือง ภายใต้รัฐบาลรักษาการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่เป็นคลื่นใต้น้ำ เพราะข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวง มีการแบ่งเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน คือ กลุ่มที่เห็นด้วยและกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยที่มีประมาณ 30 คน ซึ่งกลุ่มนี้ได้นัดกันแต่งชุดดำ โดยผู้ชายให้ผูกเนกไทดำ ผู้หญิงใส่สูทสีดำ มีการนัดหมายที่จะดำเนินการจริงจัง ในวันนี้ (10 มี.ค.) เพื่อแสดงพลังคัดค้านและต่อต้านระบอบทักษิณ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การนัดแต่งชุดดำครั้งนี้ ตรงกับช่วงที่นายกันตธีร์ ศุภมงคล รมว.การต่างประเทศ เดินทางไปกรุงซานติอาโก ประเทศชิลี เพื่อเป็นตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าร่วมพิธีรับนางมิเชล เบชีเลท จีเรีย เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐชิลีคนใหม่

หวั่นภาพพจน์กระทรวงเสียหาย

นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รู้สึกกังวลและไม่สบายใจในประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าว เพราะในฐานะสถาบันข้าราชการต้องยึดแนวทางการวางตัวเป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงต่างประเทศมีหน้าที่พิเศษ ในการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร มีหน้าที่ในการติดต่อและเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของไทยให้ต่างประเทศได้รับทราบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสังคมไทยจะต้องก้าวหน้าต่อไปได้ เมื่อมีข่าวเช่นนี้ออกไปทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะสถานการณ์ในกระทรวงวันนี้ก็เป็นไปตามปกติ ไม่ได้มีการไปนั่งนับว่ามีใครใส่เนกไทสีอะไร อาจจะมีบ้างจำนวนเล็กน้อยเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่มีใครถูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เรียกไปตำหนิตามที่มีการกล่าวอ้าง ไม่ทราบเจตนาของผู้ให้ข่าว แต่เห็นว่าไม่เหมาะสม ที่จะนำเรื่องที่อาจเป็นเรื่องส่วนบุคคลมาเหมารวมเป็นเรื่องของสถาบัน

ตกบ่ายถูกเบรกให้เลิกความคิด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่าย ข้าราชการระดับผู้ใหญ่ ได้ขอร้องให้ข้าราชการที่เตรียมการแต่งชุดดำยกเลิกความคิดนี้ โดยเน้นย้ำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงทุกคน ปฏิบัติตามคำสั่งของปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสั่งการให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่วางตัวเป็นกลาง ไม่แสดงความคิดเห็นต่อสื่อ ในนามตัวแทนของกระทรวง เพื่อไม่ให้ต่างชาติเกิดความเข้าใจผิดได้

องคมนตรีแนะทางออก

ขณะเดียวกัน หลังจากที่ พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผบ.ทบ. ได้วิงวอนให้ทุกฝ่ายที่กำลังเกิดความขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้หันหน้ามาเจรจากัน เพื่อคลี่คลาย สถานการณ์ที่ตึงเครียดนั้น ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี เวลา 13.30 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวโครงการ “สานใจไทย สู่ไฟใต้ รุ่นที่ 3” ถึงกรณีที่สังคมมีความขัด แย้งทางความคิดในขณะนี้ จะมีทางออกอย่างไร ว่า ระหว่างเดินทางมาแถลงข่าวได้เปิดไฟหน้ารถด้วย ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า แสดงว่าเห็นด้วยกับแนวทางของ พล.ต.ท.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เรียกร้องให้ประชาชน แสดงพลังความสามัคคี พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ครับ เพื่อที่จะได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยกันเป็นทางที่ดีที่สุด

ให้แก้วิกฤติด้วยการเจรจา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีผู้ใหญ่มาไกล่เกลี่ยระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ทุกท่านก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่มีใครเป็นเด็ก คิดว่าทุกคนน่าจะได้พิจารณาว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องมานั่งคุยกัน เมื่อถามว่า คิดว่าสถานการณ์ขณะนี้ จะแก้ไขปัญหาอย่างไรเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยส่วนรวม พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ผลประโยชน์ของประเทศชาติ คือ ความสงบ ความเรียบร้อย ถ้าเรามีสถานการณ์ที่เรียบร้อย ก็จะเป็นผลดีต่อประเทศชาติ ถ้าเรามีปัญหาก็จะส่งผลกระทบหลายเรื่องกับชาติบ้านเมือง ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่เห็นชัดเจน ดังนั้น คงไม่มีข้อเสนอใดนอกจากว่าเห็นด้วยกับที่หลายท่านเสนอทางแก้ปัญหาด้วยการเจรจา

เตือนสติคนไทยอย่าแบ่งฝ่าย

เมื่อถามว่า แสดงว่าควรที่จะต้องถอยหลังกันคนละก้าว เพื่อหันหน้ามาเจรจากัน พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะถอยหรือไม่ถอย แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการพูดจาการเจรจากัน เมื่อถามว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะส่งผลเสียต่อประเทศชาติหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องอย่างที่ได้กล่าวว่าเป็นปัญหาของความขัดแย้ง ตราบใดที่ยังมีความขัดแย้งก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ถ้าสามารถที่จะลดประเด็นของความขัดแย้ง ด้วยการพูดคุยกันให้ได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ควรจะหันหน้ามาคุยกันใช่หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงแต่พยักหน้าเท่านั้น เมื่อถามต่อว่า คนในประเทศมีความเห็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ควรจะมีพระราชดำรัสจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ก็อย่าแบ่งฝ่ายกัน

องค์กรสตรีเรียกร้องนายกฯออก

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ที่ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายก รัฐมนตรี ยุติบทบาททางการเมืองนั้น เช้าวันเดียวกัน กลุ่ม องค์กรต่างๆได้เคลื่อนไหว โดยเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มองค์กรสตรี อาทิ กลุ่มสตรีแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี ฯ ประมาณ 500 คน นำโดยนายศิริชัย ไม้งาม เลขาธิการสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ นายใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางอรุณี ศรีโต รองประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี เดินทางมารวมตัวกันเนื่องในวันสตรีสากล 8 มี.ค. เพื่อเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยุติบทบาททางการเมืองด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและไม่ลงรับสมัครเลือกตั้ง

จวกไม่จริงใจในการแก้ปัญหาผู้หญิง

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดเดินจากลานพระบรมรูปทรงม้า มาถึงหน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 10.30 น. และแกนนำได้สลับสับเปลี่ยนขึ้นกล่าวโจมตีการบริหารประเทศของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ตลอดเวลา 5 ปี ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาสตรี ไม่ว่ากรณีความไม่เสมอภาค ปัญหาความปลอดภัย และปัญหาคุณภาพชีวิต ตลอดจนเรื่องค่าจ้างไม่เป็นธรรม ทั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าเป็นคนรักครอบครัว แต่การปฏิบัติกลับสวนทาง ขณะเดียวกันก็ยังมีปัญหาในเรื่องจริยธรรมด้วย ทำให้ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป ดังนั้น พ.ต.ท. ทักษิณจึงไม่มีความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรีอีกต่อไป พร้อมกันนี้กลุ่มองค์กรสตรีได้ขอให้ รัฐบาลชุดใหม่ แก้ไขปัญหาผู้หญิงโดยเร็วที่สุด รวมทั้งจัดให้มีการปฏิรูปการเมือง โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วม ของแรงงานหญิงด้วย

ระดมรัฐวิสาหกิจนัดหยุดงาน 14 มี.ค.

ด้าน นายศิริชัย ไม้งาม เลขาธิการสมาพันธ์ รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า การมาชุมนุมขององค์กรสตรีไม่ได้มายื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เพราะขณะนี้สภาพของรัฐบาลหมดความชอบธรรมไปแล้ว ในวันนี้ (9 มี.ค.) จะมีการประชุมกรรมการสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ โดยมีวาระสำคัญ คือ การเตรียมการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 14 มี.ค. โดยจะระดมกลุ่มแรงงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมดหยุดงานวันดังกล่าวมาขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนหลายหมื่นคน

คน รฟท.$


Posted by AP on 2006/3/9 9:07:25 (325 reads)

คนร้ายฆ่าไม่เลือก กลับจากละหมาด ไล่ยิงดับ-คา จยย.




เมื่อเวลา 16.45 น. วานนี้ (8 มี.ค.) ขณะที่นายกูซิ บูกิยากง อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 8 หมู่ 1 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากทำละหมาดที่มัสยิดในหมู่บ้าน มีโจรใต้ ใช้รถกระบะเป็นพาหนะขับตามประกบยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้ากลางหลัง 2 นัด เสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไป ร.ต.ท.ชัยฤทธิ์ อินทร์ดำ ร้อยเวร สภ.อ.ระแงะ รับแจ้งรุดไปสอบสวนติดตามคนร้ายเร่งด่วนแล้ว

อีกรายเมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน ระหว่างนายธานี หาญภิรมย์ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 6 หมู่ 4 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา เป็นสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ออกมานั่งแปรงฟันบนระเบียงหน้าบ้าน ได้มีโจรลอบยิงด้วยปืนเอ็ม 16 เข้าหน้าท้องทะลุหลังและข้อมือขวารวม 2 นัด บาดเจ็บ แต่นายธานีแข็งใจคว้าปืนลูกซองยาวออกมายิงต่อสู้จนคนร้ายล่าถอยไป ต่อมา ร.ต.ท.อานนท์ คำสีลา ร้อยเวร สภ.อ.ธารโต รับแจ้งรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมนำนายธานีส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา อาการสาหัส

ช่วงสายวันเดียวกัน ตำรวจกองวิทยาการ เขต 45 ยะลา พร้อมนายนิสิต จงสุพรรณพงศ์ รักษาการผู้จัดการส่วนบริการลูกค้า บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) จ.ยะลา ได้เข้าตรวจสอบบริเวณลานจอดรถของบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ริมถนนสาย 15 ยะลา-เบตง ต.สะเตง อ.เมืองยะลา หลังถูกคนร้ายลอบวางเพลิงเผารถยนต์ เมื่อคืนวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่ามีรถยนต์ที่ถูกวางเพลิงได้รับความเสียหายรวม 4 คัน เป็นรถตู้และรถกระบะ รวมทั้งแกลลอนที่คนร้ายใช้ใส่น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงเผารถยนต์ ขณะเดียวกัน ตำรวจได้นำวีดิโอวงจรปิดมาตรวจสอบ พบคนร้ายมีด้วยกัน 5 คน แต่มองไม่ชัดเนื่องจากกล้องจับภาพได้ในระยะไกล ซึ่งตำรวจจะได้ตรวจสอบเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

วันเดียวกัน ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี แถลงข่าวโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 3 ของมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า โครงการดังกล่าวจะมีเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 60 คน เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 12 มี.ค.-1 เม.ย. นี้ โดยจะมีครอบครัวมุสลิมจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเข้าร่วมเป็นครอบครัวอุปถัมภ์ 9 จังหวัด เยาวชนเหล่านี้จะได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเยาวชนและนัก ศึกษาในภาคกลางที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม เพื่อให้ เข้าใจความเป็นอยู่ของเด็กใน 3 จังหวัดภาคใต้

พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง และประชุมคณะกรรมการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กสชต.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการปฏิบัติทางการเมือง จิตวิทยา เพื่อให้ ได้รับความไว้วางใจจากชาวมุสลิมในพื้นที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาท้าให้ผู้ก่อเหตุออกมาสู้กันตาต่อตา ฟันต่อฟัน กับเจ้าหน้าที่รัฐ จะเป็นการยั่วยุหรือไม่ พล.ต.อ.ชิดชัยตอบว่า ไม่เชื่อว่าแม่ทัพภาคที่ 4 จะพูดเช่นนั้นจริง ท่านเป็นผู้ใหญ่คงไม่พูดเพราะได้กำชับไปว่า ไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้คำพูดท้าทาย แต่ให้พูดอย่างให้เกียรติ

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยม การปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ต้องการไปตรวจสอบว่ามีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามแนวนโยบายที่วางไว้ หรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างรุนแรงเพิ่มขึ้น ต้องไปดูว่านโยบายที่ให้ไปนั้นเป็นอย่างไร แนวทางที่ทำงานแล้วได้ผลก็คือการใช้งานการเมืองนำการทหาร ได้ย้ำกับผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดเวลาว่า งานการ เมืองนั้นทำไม่ยาก เพียงแค่ยิ้มและพูดจาเพราะๆ ที่ผ่านมาก็เป็นไปในแนวทางที่ดี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมพื้นที่ได้หมดแล้ว


--------------------------------------------------------------------------------





Posted by AP on 2006/3/8 14:22:19 (2258 reads)


มหาฉะโฆษก ตร. อย่ามาบ่นว่าเหนื่อย เพราะตร.มีเบี้ยเลี้ยง


ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ - พล.ต.ท. อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า หลังจากที่ได้เปิดแถลงข่าวถึงความเหน็ดเหนื่อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมของทั้ง 2 ฝ่าย ไปเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ปรากฏว่ามีประชาชนเข้าใจผิดว่า ตนออกมาพูดแทนรัฐบาล ขอยืนยันว่า ตนออกมาพูดในฐานะโฆษกตำรวจ เป็นกระบอกเสียงแทนตำรวจทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย และแทนความรู้สึกตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุม การชุมนุมของฝ่ายต่อต้าน และฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ไม่มีเหตุร้าย

ประกอบกับที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรฯ และฝ่ายรัฐบาลไม่เคยมาตั้งโต๊ะเจรจาพูดคุยกัน มีแต่ต่างฝ่ายต่างขึ้นเวที วันที่ 3 มี.ค. ฝ่ายรัฐบาลปราศรัย วันที่ 5 มี.ค. กลุ่มพันธมิตรฯ ก็มีการชุมนุม เวลาห่างกันเพียง 48 ชั่วโมง ตำรวจที่มารักษาความปลอดภัยก็มีความเหนื่อยล้า เพราะต้องเตรียมการตั้งแต่ก่อนการชุมนุม จนกว่าการชุมนุมจะเสร็จสิ้น แต่ผลที่ผ่านมา กลับมีการด่าว่าตำรวจผ่านทางเว็บไซต์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เหมือนตำรวจไม่ใช่ มนุษย์ ซึ่งตนรับไม่ได้

“ขณะนี้บ้านเมืองเรา ประชาชนคนไทยขาดความเมตตา ขาดอารมณ์ขัน บางกลุ่มบางพวกคิดแต่จะเอาชนะคะคานกัน อยากให้คนส่วนใหญ่ คนที่เงียบคนที่เฝ้าดูอยู่ หรือคนที่เหนื่อยหน่ายต่อสถานการณ์ที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ได้แสดงพลังบ้างด้วยสันติวิธี จึงขอความกรุณาว่า ถ้ารักพ่อ อย่าทะเลาะกัน ผู้ที่สนับสนุนให้ทุกฝ่ายเจรจากัน ด้วยสันติวิธีกรุณาเปิดไฟหน้ารถให้หมดทั้งเมืองและทั้ง ประเทศด้วย ขอย้ำอีกครั้งว่า ผมไม่ได้เป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพียงอยากให้ทุกฝ่ายปรองดองกัน หันหน้า เข้าหากันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา อย่าให้ทางออกเป็นปัญหา” พล.ต.ท.อชิรวิทย์กล่าว

พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.อชิรวิทย์ ยังกล่าวย้ำว่า ในการเปิดไฟหน้ารถ ไม่ได้เป็นการ บังคับ แต่ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายตำรวจ และ เว็บไซต์ส่วนตัวของตน หากใครเห็นด้วยกับรัฐบาล หรือฝ่ายต่อต้าน ก็ไม่ต้องเปิด แต่สำหรับประชาชนที่เห็นด้วย กับแนวทางสันติวิธี ก็เปิดไฟหน้ารถได้ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนผู้รักสันติวิธีจะต้องช่วยกัน

ผช.ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ได้ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เนื้อหาหลัก ๆ มี 3 ประการ ได้แก่ 1.เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศเว้นวรรคทางการเมือง ไม่รับตำแหน่งหลังจากการเลือกตั้ง 2.ให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเปลี่ยนใจส่งผู้สมัครเลือกตั้ง และประการสุดท้าย ขอให้รัฐบาลรักษาการเสนอเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป

ทางด้าน พล.ต.จำลอง กล่าวถึง กรณีที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานหนักนั้น เรื่องนี้ตำรวจเองก็ได้เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยง แต่ผู้ชุมนุมที่มาปักหลักไม่ได้อะไรเลย ทุกคนมาทำเพื่อบ้านเมือง การที่ตำรวจออกมาพูดแบบนั้นก็ถูกต้อง และต้องอดทนต่อไป เพราะท่านเลือกหน้าที่นี้เอง


หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



Posted by AP on 2006/3/8 14:19:06 (319 reads)

ยำ
"ทักษิณ" เอดส์การเมือง ภูมิบกพร่องทางจริยธรรม

ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
สถานการณ์การชุมนุมของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา บรรยากาศบริเวณ ณ ท้องสนามหลวง มีผู้ชุมนุมประมาณ 4,000 คน และบนเวทีได้มีการจัดกิจกรรมปราศรัยสลับสับเปลี่ยนกันตลอดเวลา

โดยเฉพาะเมื่อเวลา 19.30 น. เวทีปราศรัยของเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้จัดเสวนาทางวิชาการให้ความรู้กับประชาชนในหัวข้อเรื่อง "ทำไมต้องคว่ำบาตร" มีวิทยากรที่เข้าร่วมการเสวนา ประกอบด้วย นายวรินทร์ เทียมจำรัส คณะกรรมการมูลนิธิองค์กรกลาง (พีเนต) นายเจริญ คำธีรภาพ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร และนายดนัย อนันตโย อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สภาทนายความ

นายดนัย กล่าวว่า การปฏิเสธคว่ำบาตรไม่เข้าร่วมลงเลือกตั้งของพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 3 พรรคในการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน ที่จะถึงนี้ ถือเป็นสิทธิของแต่ละพรรคการเมืองที่จะสามารถดำเนินการได้ และโดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและชอบโดยกฎหมาย แต่ไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้เหตุผลของการยุบสภาที่นายกรัฐมนตรีนำมากล่าวอ้าง ตนเห็นว่าไม่ได้เป็นเหตุผลที่จะทำให้เกิดการเลือกตั้งโดยชอบได้ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นในสภา แต่การยุบสภาครั้งนี้เป็นเพื่อเป็นการซื้อเวลาและฟอกตัวแก่คนๆ เดียวคือนายกรัฐมนตรี และการที่นายกฯ กล่าวอ้างว่าการยุบสภาครั้งนี้ เป็นเหมือนกับที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้กัน แต่ตนเชื่อว่าการยุบสภาลักษณะนี้ไม่เคยมีประเทศไหนปฏิบัติกัน ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จึงตกอยู่ในสภาพเป็นเอดส์ทางการเมือง มีภูมิคุ้มกันบกพร่องทางจริยธรรม

ส่วน นายวรินทร์ กล่าวว่า การที่พีเน็ตคว่ำบาตรไม่ตรวจสอบการเลือกตั้งเพราะขบวนการเลือกตั้งครั้งนี้มีแต่ทุศีล คือจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกระบวนการของพวกเขา ใช้การเลือกตั้งเพื่อปล้นความชอบธรรมจากประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีฝ่ายค้านหรือไม่ สภา 500 เกิดขึ้นแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หากในวันที่ 2 เม.ย.มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงทางเลือกทางเดียวของประชาชนก็คือเข้าคูหา กาไม่ใช้สิทธิ์ เพราะไม่เช่นนั้นผีจะใช้เสียงแทน นอกจากนี้ ขอให้จับตาการขึ้นเงินเดือนขณะนี้ว่า จะเป็นการจงใจให้คะแนนของพรรคการเมืองหนึ่งเพิ่มขึ้นหรือไม่ และหากไปฟ้องศาลปกครองถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิดก็จะทำให้ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง และทำให้สามารถมีสิทธิ์ยุบพรรคได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากมีการยุติการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายนนี้ ได้ ก็จะไม่มีความแตกแยกเกิดขึ้นในสังคม และประชาชนจะไม่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย

ด้านนายเจริญ กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้ต่อๆ ไปจะมีความสำคัญมาก ข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นในที่ชุมนุมเหมือนเป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ ที่ต้องการรักษาเอกราชและประชาธิปไตย การต่อสู้ทางการเมืองมีมากกว่าการไล่นายกฯทักษิณออก แต่กำลังกอบกู้บ้านเมือง การต่อสู้ครั้งนี้ชี้ชะตาประเทศไทยว่าต่อไปประเทศไทยจะเป็นไทยหรือเป็นทาส จึงอยากให้ประชาชนมาร่วมแสดงพลังในวันที่ 14 มีนาคม เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการสังคยนาใหม่ และทำให้เกิดจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการเมืองอีกด้วย


หนังสือพิมพ์คมชัดลึก



Posted by AP on 2006/3/8 9:33:34 (1685 reads)

ระเบิดวิหารและสถานีรถไฟในอินเดีย เสียชีวิต 10 คน

8 มีนาคม 2549 08:13 น.

รัฐบาลอินเดียสั่งเตรียมพร้อมทั่วประเทศหลังสถานีรถไฟและวิหารที่เต็มไปด้วยผู้แสวงบุญถูกมือมืดลอบวางระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก มีผู้เสียชึวิตอย่างน้อย 10 คน

หลังเกิดระเบิดขึ้น 2 ครั้งที่สถานีรถไฟในเมืองพาราณสี และมีผู้เสียชีวิตอีก 5 คน ในเหตุระเบิดที่ที่วิหารแห่งหนึ่งบนริมฝั่งแม่น้ำคงคา

นายกมเลส ปะทัก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมืองพาราณสีกล่าวว่า ยังพบระเบิดที่ยังไม่ระเบิดอีก 2 ลูกโดยซุกซ่อนไว้ในเตาแก๊สและในเป้แบกหลัง ซึ่งวางไว้ในตลาดโกโดวาเลีย ของเมืองพาราณสีซึ่งตำรวจได้กู้เอาไว้ได้ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น

สำนักข่าวเพรสส์ ทรัสต์ ของอินเดียรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้พบระเบิดอีก 4 ลูกซ่อนอยู่บริเวณสถานที่อาบน้ำริมฝั่งแม่น้ำคงคาห่างจากวิหารสังกัต โมจัน ซึ่งเกิดเหตุระเบิดเมื่อรุ่งอรุณเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 22 คน

สำหรับเหตุวางระเบิดสถานีรถไฟเมืองพาราณสีนั้น ลูกแรกวางไว้ที่ข้างตู้รถโดยสาร ส่วนอีกลูกวางไว้ใกล้ห้องขายตัวโดยสาร

นายชีวราช ปาทิล รัฐมนตรีมหาดไทยอินเดียเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ เจ้าหน้าที่ยังไม่อาจระบุได้ว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด


Posted by AP on 2006/3/8 9:31:29 (1706 reads)

ราชนิกูลชี้"ทักษิณ" จวบจ้วงในหลวง ไร้ความชอบธรรม

ราชนิกุล ชี้ "ทักษิณ" หมดความชอบธรรม จาบจ้วงในหลวง หว่านนโยบายประชานิยม ทำประเทศล่มสลายอย่างอาร์เจนตินา ทนไม่ไหวต้องยื่นถวายฎีกาขอนายกฯพระราชทาน รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ระบุนายกฯขาดคุณธรรมต้องลาออก ก่อนซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ


วันที่ 7 มี.ค. ม.ร.ว.ยงยุพลักษณ์ เกษมสันต์ นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นที่ 7 กล่าวในรายการคมชัดลึก ทางเนชั่นทีวี ถึงสาเหตุที่ต้องร่วมยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานนายกรัฐมนตรีว่า หลังจากที่ได้คุยกันเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่ต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามใหญ่โตกว่านี้ จึงคิดว่าต้องพุ่งไปที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยการยื่นถวายฎีกา "เพราะก่อนหน้านี้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม ก็ทำจดหมายเปิดผนึกไปแล้ว และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ได้ขึ้นเวทีแล้ว และคิดว่าคนส่วนหนึ่งจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง 2 เม.ย. เพราะไม่เชื่อในผลบริสุทธิ์ยุติธรรมจึงลุกขึ้นมาโวยวาย ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย เพราะคำถามที่ประชาชนข้องใจและถามรัฐบาลชุดนี้ไม่เคยได้รับคำตอบ ถ้าคนเดิมกลับเข้ามาก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นสำหรับประชาชนที่ต้องการคำตอบ" ม.ร.ว.ยงยุพลักษณ์ กล่าวและว่า

ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีระบุว่าทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากันนั้น ก็จริงอยู่ แต่ต้องดูว่าอะไรเป็นเหตุจจูงใจให้เทคะแนนเลือกพรรคไทยรักไทย ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นนโยบายประชานิยมที่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แม้แต่อาร์เจนตินายังล่มสลายเพราะนโยบายประชานิยม แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่อาจจะนึกไม่ถึงก็ได้

"คนที่เป็นระดับนายกฯ ต้องรักษาคำพูด แต่นายกฯทักษิณ วันนี้พูดอย่าง วันพรุ่งนี้เปลี่ยนไปแล้ว ถ้าคำพูดเชื่อไม่ได้ ฟังไม่ขึ้น ความชอบธรรมก็หมดไปแล้ว ไม่รู้จักนอบน้อมถ่อมตัวไม่ว่าจะมีใครมาเตือนก็คิดว่าเป็นฝ่ายที่มุ่งทำร้ายว่านักวิชาการโง่เง่า แผ่นเสียงตกร่อง และที่ราษฎรส่วนใหญ่ทนไม่ได้คือ ใช้วาจาจาบจ้วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ดังนั้นความชอบธรรมก็หมดไป ซึ่งเป็นเหตุผลในหลายๆ ข้อที่ได้ยื่นถวายฎีกา" ม.ร.ว.ยงยุพลักษณ์ กล่าวและว่า ขณะนี้ไม่ถือว่าเร็วเกินไปที่จะใช้ ม.7

น.พ.มงคล ณ สงขลา อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กลุ่มที่ยื่นถวายฎีกาในหลวงมีหลายกลุ่ม และทุกกลุ่มก็เห็นพ้องกันว่าขณะนี้เข้าจุดอับ สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้ายังมีการเผชิญหน้ากันอย่างนี้ ดังนั้นจุดไหนที่จะปรับแก้ได้ก็ให้ปรับตรงนั้น และการเรียกร้องก็ไม่ได้เรียกร้องให้ใครรับผิด เพียงแต่ใครที่จะเสียสละได้ แต่ปรากฏว่าทุกอย่างที่มีการยื่นไป ไม่มีใครที่จะรับข้อเสนอตรงนี้

"ดังนั้น จึงต้องรบกวนเบื้องยุคลบาทให้ช่วยแก้ไขปัญหา ส่วนที่มีความเห็นต่างในสังคมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่อยู่ที่เหตุผลว่าของใครจะหนักแน่นกว่ากัน ซึ่งความไว้ใจขณะนี้ไม่เหลืออยู่เลยไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง หรือการสัญญาต่างๆ ที่หมดไปแล้ว" อดีตปลัด สธ. กล่าวและว่า

จึงขอความกรุณาว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ควรเสียสละเพื่อให้กระบวนการต่างๆเข้าที่ เมื่อมีการพิสูจน์โดยทุกคนยอมรับและกลับมาก็ไม่มีใครว่าอะไร ส่วนที่นายกฯบอกว่าถอยสุดแล้วนั้น ก็ไม่มีใครยอมรับได้ ทุกคนเห็นว่านายกฯขาดความเชื่อถือ และกระบวนการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.ทุกคนก็รู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมความรุนแรงขึ้นอีก ทั้งนี้ที่มีคนแนะนำให้นายกฯลาออก หรือยื่นฎีกาก็ตามไม่มีใครดูถูกเสียงที่นายกฯได้มา

นายทวีเกียรติ ประเสริฐเจริญกุล รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ปัญหาขณะนี้เป็นปัญหาวิกฤตการณ์ผู้นำที่ไม่สำนึกในความผิด ขาดจริยธรรม คุณธรรม ซึ่งตอนแรกมีการเสนอให้ยุติบทบาทด้วยการลาออก แต่เมื่อไม่เข้าใจว่าตนเองเป็นปัญหาและได้แนะนำให้รักษาสุขภาพจิตกลับไปพักผ่อนดูแลครอบครัว

"แต่เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณตัดสินใจด้วยการยุบสภา จนนำไปสู่การบอยคอตการเลือกตั้ง แม้แต่นักเรียนยังคิดได้ว่าการแก้ไขปัญหาสังคมขณะนี้ควรทำอย่างไร ส่วนที่ว่าเสียงใครมากกว่าใครนั้น จริงๆ แล้วชาวบ้านรักความสงบ ถ้าให้เลือกสันติกับความขัดแย้ง เชื่อว่าเขาเลือกสันติไม่เลือกนายกฯ เช่น การปราศรัยกับคนขับแท๊กซี่ แม่ค้ารู้ดีว่ามาแล้วได้อะไร ซึ่งไม่ได้มาด้วยใจ แต่มาเพราะได้ทรัพย์สิน" นายทวีเกียรติ กล่าวและว่า

ดังนั้น การสร้างเสียงขึ้นมาก็เพื่อค้ำจุนความเป็นนายกฯ มากกว่าสังคมไทย หากยิ่งค้ำจุนต่อไปจะทำให้ประเทศเสียหาย อย่างไรก็ตามการเตือนของคนในสังคมเพื่อส่งสัญญาณว่าความรุนแรงใกล้เข้ามา จากนี้ไปถ้าแก้ไขไม่ทันอาจจะเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬก็ได้





Posted by AP on 2006/3/8 9:28:48 (2251 reads)

ทุ่มกำลังคุ้มครองชุมชนไทยพุทธปัตตานี

โพสต์ทูเดย์ — แม่ทัพภาค 4 ลงพื้นที่ปัตตานีเยี่ยมหมู่บ้านมูหลง หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญบ้านเรือนราษฎรถูกเผาและยิงถล่มเสียชีวิตไป 3 ราย ขณะที่ชาวบ้านขวัญผวาเตรียมย้ายออก ด้าน ผู้ใหญ่บ้านพูดทั้งน้ำตาอยู่มากว่า 100 ปีไม่เคยมีเหตุรุนแรง ชุมชนรักใคร่เหมือนพี่น้อง แม้จะนับถือคนละศาสนา


วานนี้ บรรยากาศของหมู่บ้านมูหลง หมู่ 4 ต.มะนังยง อ.ยะริ่ง จ.ปัตตานี หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงกระหน่ำและเผาบ้านเรือนราษฎร มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ในช่วงเช้ามืดวันที่ 6 มีนาคม อยู่ในสภาพวังเวง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารคอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทางเข้าที่เกิดเหตุ ส่วนบ้านที่ถูกวางเพลิง 2 หลังนั้นยังไม่มีการรื้อออก และบริเวณใกล้เคียงมีบ้านเรือนตั้งอยู่ประมาณ 8 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องกัน สำหรับศพนายเสงี่ยม แก้วประเสริฐ นางถนอม แก้วประเสริฐ และนายสมพิศ พุทธรัตน์ นำไป บำเพ็ญกุศลที่วัดปิยาราม ต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง โดยมีเพื่อนบ้านมาร่วมแสดงความเสียใจจำนวนมาก



เวลา 12.00 น. พล.ท.องค์กร ทองประสม แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อม พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบช.ภ. 9 นายภานุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เดินทางมาตรวจเยี่ยมในที่เกิดเหตุ โดย พ.ท.ธวัชชัย แจ้งสกุล ผบ.ฉก.22 รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า คนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 20 คนมีการวางแผนลงมือปฏิบัติการเลือกเป้าหมายที่ชัดเจน แบ่งกำลังเป็น 2 ชุด ชุดแรกมี 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน คอยดูต้นทางอยู่ริมถนน ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการสวมหมวกไหมพรมปิดหน้า ทางเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจที่วัดปิยารามได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 04.15 น. จึงจัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่พร้อมกับกำนันไปที่เกิดเหตุทันที โดยคนร้ายใช้เวลาลงมือเพียง 10 นาทีก่อนพากันหลบหนีไปทางด้านหลังเข้าป่า แยกย้ายเป็น 2 ชุดก่อนหลบหนีไป ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตรพบเครื่องหมายทางมะพร้าวและรองเท้าแตะ



ด้าน พล.ท.องค์กร กล่าวว่า คนร้ายเตรียมการมาเป็นขั้นเป็นตอน เป็นการกระทำที่มุ่งทำร้ายต่อชุมชน เป้าหมายเพื่อก่อให้เกิดความหวาดระแวง



นายมะยาลี ดอเลาะ อายุ 32 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 กล่าวว่า ชาวบ้านตกใจมาก เพราะอยู่ที่นี่มากว่า 100 ปีไม่เคยมีเรื่องเกิดขึ้น ทุกคนอยู่ร่วมกันเหมือนญาติพี่น้อง แม้จะนับถือศาสนาต่างกัน แต่ชาวไทยพุทธก็พูดภาษามลายูได้ หลังเกิดเหตุได้เข้าไปปลอบใจชาวบ้านที่กำลังเสียขวัญและกลัวมาก ทราบว่าหลายคนจะย้ายออกจากหมู่บ้าน



“ต.มะนังยง มี 5 หมู่บ้าน มีชุมชนไทยพุทธอยู่ชุมชนเดียวคือที่ ม.4 จำนวน 13 ครอบครัว 16 คน แต่ที่อยู่บ้านจริงๆ มีประมาณ 6 หลังเป็นคนแก่ส่วนใหญ่ ส่วนลูกก็ไปทำงานในเมืองและต่างจังหวัด บ้านที่เกิดเหตุอยู่กันแค่ 2 ตายายเท่านั้น ผมไม่อยากให้เขาย้ายออก อยากจะให้คนใน หมู่บ้านสามัคคีกันมากๆ มีอะไรผิดปกติก็ให้แจ้งมาทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน” นายมะยาลี กล่าวทั้งน้ำตา



ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าไปดูแลชุมชนไทยพุทธที่ล่อแหลม อยู่อย่างกระจัดกระจาย 77 ชุมชนทั่ว จ.ปัตตานี ซึ่งใน อ.ยะหริ่ง มี 19 ชุมชน โดยส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ป้องปรามไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ และขอกำลังทหาร-ตำรวจ 2 กองร้อยเข้ามาสมทบในพื้นที่ รวมทั้งชุด อส.ตำบลที่ได้รับการฝึกฝนการใช้อาวุธป้องกันตนเองร่วมประจำในพื้นที่ด้วย


Posted by AP on 2006/3/8 9:27:21 (277 reads)

ดีเอสไอคุยอีกพบพิรุธกทม. ขั้นตอนจัดซื้อดับเพลิงฉาว
โพสต์ทูเดย์ — ดีเอสไอพบพิรุธการจัดซื้อรถ เรือ และอุปกรณ์ดับเพลิง กทม. มูลค่า 6.7 พันล้านบาท หลังสอบข้อเท็จจริงขั้นตอนทำสัญญา จัดซื้อและระเบียบ กทม.


วานนี้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และนายอนันต์ ศิริภัสราภรณ์ รองปลัด กทม. ได้เข้าให้ปากคำในฐานะผู้เกี่ยวข้องในคดีจัดซื้อรถ เรือ และอุปกรณ์ดับเพลิง กทม.มูลค่า 6.7 พันล้านบาท



นายนันทศักดิ์ พูลสุข รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวภายหลังสอบสวน ซึ่งใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงว่า จากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องหลายปากพบพิรุธในขั้นตอนการทำสัญญาจัดซื้ออุปกรณ์ดับเพลิงดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดว่าเป็นขั้นตอนใดได้ เพราะจะทำให้ ผู้เกี่ยวข้องไหวตัว และอาจเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐาน ซึ่งจะต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่างอัยการคดีพิเศษและพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นอกจากนี้ ยังต้องนำข้อเท็จจริงที่ได้มาเปรียบเทียบกับระเบียบ กทม.และมติคณะรัฐมนตรีว่ามีส่วนใดผิดปกติบ้าง



“ผมยืนยันว่า เมื่อพบความผิดปกติในขั้นตอนใดก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบ ที่ผ่านมาจากการสอบปากคำผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อครั้งนี้ก็มีธงอยู่ในใจแล้วว่า ใครเกี่ยวข้องกับการ กระทำผิดบ้างแต่จะต้องเข้าที่ประชุมร่วมก่อน” นายนันทศักดิ์ กล่าว



ด้านนายพนิช กล่าวว่า ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดแอลซีในการจัดซื้อ นอกจากนี้ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบวิธีปฏิบัติของ กทม. ในฐานะที่เป็นรองผู้ว่าฯ กทม.กำกับดูแลเรื่องการเงินการคลัง รวมทั้งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำสัญญาต่างตอบแทนก่อนหลังทำสัญญาจัดซื้อ ซึ่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ระบุต้องทำสัญญาต่างตอบแทนก่อนสัญญาจัดซื้อ แต่ในทางปฏิบัติมีการทำสัญญาจัดซื้อกันไปก่อน แต่เมื่อตรวจสอบไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้รับคำตอบว่า สามารถทำได้เช่นกัน


(1) 2 3 4 ... 9 »



 

Copyright © 2005 by Hsu Lin Technology  |  TEL: 02-7547522 FAX: 02-3850048 ( Thailand )